รีวิว Planet of the Apes (1968)

Planet of the Apes (1968) พิภพวานร

หนังประเทศ: สหรัฐอเมริกา

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ชื่ออังกฤษ: Planet of the Apes
  • ชื่อไทย: พิภพวานร
  • ปีที่ฉาย: 1968
  • แนว: ไซไฟ / ผจญภัย / ดราม่า / ระทึกขวัญ
  • ผู้กำกับ: Franklin J. Schaffner
  • เขียนบท: Michael Wilson, Rod Serling
  • ดัดแปลงจาก: นิยาย La Planète des singes ของ Pierre Boulle
  • นักแสดงนำ: Charlton Heston, Roddy McDowall, Kim Hunter, Maurice Evans
  • ความยาว: 112 นาที
  • เรตติ้ง: G
  • จุดเด่น: หนังไซไฟคลาสสิกที่ผสมการผจญภัยกับการเสียดสีสังคม การเมือง และธรรมชาติของมนุษย์ได้อย่างเฉียบคม พร้อมตอนจบระดับตำนาน

ข้อมูลเบื้องต้น

Planet of the Apes คือหนึ่งในหนังไซไฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาล หนังดัดแปลงจากนิยายของ Pierre Boulle และกลายเป็นผลงานระดับคลาสสิกที่เปลี่ยนภาพยนตร์ไซไฟฮอลลีวูดไปอย่างมาก

หนังเล่าเรื่องของนักบินอวกาศที่เดินทางไปยังดาวเคราะห์ลึกลับ ซึ่งลิงมีวิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาและปกครองโลก ขณะที่มนุษย์กลับกลายเป็นสัตว์ไร้เสียงและถูกล่า

แม้จะเป็นหนังไซไฟผจญภัย แต่แก่นแท้ของ Planet of the Apes คือการตั้งคำถามเกี่ยวกับมนุษยชาติ อำนาจ ศาสนา สงคราม และความเย่อหยิ่งของอารยธรรมมนุษย์

หนังยังมีตอนจบที่โด่งดังที่สุดฉากหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ซึ่งกลายเป็นภาพจำของวัฒนธรรมป๊อปมาจนถึงปัจจุบัน

เรื่องย่อ

George Taylor นักบินอวกาศผู้มองโลกในแง่ร้าย พร้อมลูกเรืออีกสามคน เดินทางข้ามอวกาศด้วยภารกิจระยะยาว

หลังยานตกบนดาวเคราะห์ปริศนา Taylor พบว่าที่นี่มีอารยธรรมของลิงที่พูดได้และมีระบบสังคมเหมือนมนุษย์ ลิงแบ่งชนชั้นชัดเจน ทั้งนักรบ นักวิทยาศาสตร์ และนักบวช

ในขณะเดียวกัน มนุษย์บนดาวดวงนี้กลับกลายเป็นสัตว์ป่าไร้ภาษา ถูกจับขังและใช้ในการทดลอง

Taylor ถูกจับโดยเหล่าลิง แต่เมื่อเขาแสดงให้เห็นว่าสามารถพูดและมีสติปัญญาได้ เขาก็เริ่มกลายเป็นภัยคุกคามต่อความเชื่อของสังคมลิง

ระหว่างพยายามหลบหนีและค้นหาความจริง Taylor ค่อย ๆ พบเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับต้นกำเนิดของดาวเคราะห์แห่งนี้

บทความรีวิว

Planet of the Apes เป็นหนังที่ล้ำหน้ามากสำหรับยุคของมัน แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่ประเด็นทางสังคมและการเมืองในหนังยังคงร่วมสมัยอย่างน่าทึ่ง

Charlton Heston ถ่ายทอดบท Taylor ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเริ่มต้นในฐานะชายที่ดูเย่อหยิ่งและหมดศรัทธาในมนุษย์ แต่เมื่อถูกปฏิบัติราวกับสัตว์ เขาจึงเริ่มเข้าใจความโหดร้ายของอารยธรรม

หนังสร้างโลกของลิงได้อย่างน่าเชื่อถือ ทั้งวัฒนธรรม ศาสนา กฎหมาย และระบบชนชั้น ทุกอย่างถูกใช้เพื่อสะท้อนสังคมมนุษย์อย่างชัดเจน

จุดแข็งสำคัญอีกอย่างคือการเสียดสี หนังตั้งคำถามเกี่ยวกับศาสนาที่ต่อต้านวิทยาศาสตร์ การใช้อำนาจกดขี่ และความเชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น

แม้เทคนิคพิเศษบางส่วนจะดูเก่าตามยุคสมัย แต่การแต่งหน้าลิงและงานออกแบบยังถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับปี 1968

ตัวละครสำคัญ

George Taylor เป็นนักบินอวกาศผู้ประชดประชันและหมดศรัทธาในมนุษยชาติ Dr. Zira เป็นลิงนักวิทยาศาสตร์ผู้มีจิตใจเปิดกว้าง Cornelius เป็นนักโบราณคดีที่ตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์ของสังคมลิง Dr. Zaius เป็นผู้นำทางศาสนาและวิทยาศาสตร์ที่พยายามปกปิดความจริง Nova เป็นหญิงมนุษย์ผู้ติดตาม Taylor ระหว่างการหลบหนี

สปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ

Taylor ถูกจับโดยลิงและเกือบถูกผ่าตัดสมองเหมือนมนุษย์คนอื่น แต่เขาทำให้ทุกคนตกตะลึงเมื่อพูดได้

Dr. Zira และ Cornelius เชื่อว่า Taylor อาจเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ว่ามนุษย์เคยมีอารยธรรมมาก่อน ขณะที่ Dr. Zaius พยายามปิดบังความจริงเพื่อปกป้องสังคมลิง

Taylor หนีออกไปพร้อม Nova และค้นพบซากโบราณของอารยธรรมมนุษย์

ในฉากจบระดับตำนาน Taylor ขี่ม้าไปตามชายหาด ก่อนพบ “เทพีเสรีภาพ” ที่พังทลายอยู่กลางทะเลทราย

เขาจึงตระหนักว่าดาวเคราะห์ที่เขาอยู่ไม่ใช่ดาวต่างดาว แต่คือโลกในอนาคตหลังอารยธรรมมนุษย์ล่มสลายจากสงครามนิวเคลียร์

Taylor ทรุดลงด้วยความสิ้นหวัง พร้อมตระหนักว่ามนุษย์เป็นผู้ทำลายโลกของตัวเอง

ธีมและประเด็นของภาพยนตร์

หนังพูดถึงความเย่อหยิ่งของมนุษย์ มนุษย์เชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น แต่สุดท้ายกลับเป็นฝ่ายทำลายโลกจนสูญเสียทุกอย่าง

อีกประเด็นสำคัญคือการใช้อำนาจและการควบคุมความจริง สังคมลิงใช้ศาสนาและกฎหมายกดทับวิทยาศาสตร์เพื่อรักษาระบบเดิม

หนังยังพูดถึงสงครามนิวเคลียร์และความกลัวในยุคสงครามเย็น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของโลกช่วงทศวรรษ 60

นอกจากนี้ยังสะท้อนเรื่องการเหยียดเชื้อชาติและการปฏิบัติต่อผู้ที่แตกต่าง ผ่านการที่มนุษย์ถูกมองเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ

การวิเคราะห์เชิงลึก

Planet of the Apes ใช้โลกที่ลิงปกครองเป็นกระจกสะท้อนมนุษย์ หนังไม่ได้ตั้งคำถามว่า “ลิงจะปกครองโลกได้อย่างไร” แต่ถามว่า “มนุษย์ต่างหากที่สมควรปกครองโลกหรือไม่”

Taylor เริ่มต้นเรื่องด้วยการดูถูกมนุษยชาติ แต่ลึก ๆ เขายังเชื่อว่ามนุษย์เหนือกว่าสัตว์อื่น จนกระทั่งเขาเองกลายเป็นผู้ถูกล่าและถูกกดขี่

Dr. Zaius เป็นตัวแทนของอำนาจที่กลัวความจริง เขารู้ว่ามนุษย์เคยปกครองโลกและทำลายตัวเอง แต่เลือกปิดบังข้อมูลเพื่อไม่ให้สังคมลิงแตกสลาย

ตอนจบของหนังจึงทรงพลังมาก เพราะมันไม่ใช่แค่ plot twist แต่เป็นการตอกย้ำว่าศัตรูที่แท้จริงของมนุษย์คือมนุษย์เอง

องค์ประกอบภาพและงานสร้าง

การแต่งหน้าลิงของหนังถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของวงการภาพยนตร์ และได้รับรางวัลพิเศษจาก Academy Awards

งานออกแบบฉากและเครื่องแต่งกายช่วยสร้างอารยธรรมลิงให้ดูสมจริงและมีเอกลักษณ์

ดนตรีประกอบของ Jerry Goldsmith ใช้เสียงแปลกประหลาดและจังหวะไม่สบายใจ เพื่อสร้างบรรยากาศโลกที่ผิดธรรมชาติ

ฉากทะเลทรายและภูมิประเทศแห้งแล้งช่วยสร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวและโลกหลังหายนะได้อย่างยอดเยี่ยม

เบื้องหลังการสร้าง

บทหนังบางส่วนได้รับการพัฒนาโดย Rod Serling ผู้สร้างซีรีส์ The Twilight Zone ซึ่งส่งอิทธิพลต่อโทนเสียดสีและตอนจบหักมุมของเรื่อง

Charlton Heston กลายเป็นภาพจำสำคัญของหนังจากบท Taylor และฉากจบอันโด่งดัง

ความสำเร็จของหนังนำไปสู่แฟรนไชส์ขนาดใหญ่ ทั้งภาคต่อ ซีรีส์ และฉบับรีเมกหลายเวอร์ชัน

ความสำเร็จของภาพยนตร์

Planet of the Apes ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ กลายเป็นหนึ่งในหนังไซไฟที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์

หนังได้รับการยกย่องด้านบท การเสียดสีสังคม และตอนจบระดับตำนาน

ปัจจุบัน Planet of the Apes ยังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหนังไซไฟคลาสสิกที่ทรงอิทธิพลและดีที่สุดตลอดกาล

ตัวอย่างภาพยนตร์

Author: luzyx

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *